ARTICLE "ผมเป็นเพียงผู้ดูแล" ... คำสารภาพของประธานบริษัทอะโทมี่
"ผมเป็นเพียงผู้ดูแล" ... คำสารภาพของประธานบริษัทอะโทมี่
โดยตั้งใจนำเสนอในมุมของการสารภาพความเชื่อมากกว่าการโอ้อวดความสำเร็จทางธุรกิจ

เล่าถึงช่วงที่ประธานปาร์ค ประสบปัญหาหนี้สินจากธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ที่ล้มเหลว
พร้อมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับแข็งและเบาหวาน แต่แทนที่จะขอให้หายป่วย เขากลับอธิษฐานขอให้ลูกๆ ไม่ห่างเหินจากพระเจ้า
และมีช่วงที่อ่านพระคัมภีร์พร้อมร้องไห้อธิษฐานในห้องเช่าเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในขณะนั้น
มุมมองเรื่องเงินและทรัพย์สิน
เขามองว่าทรัพย์สินที่ตนมีไม่ใช่ของตนเอง แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้ดูแล ยังเน้นย้ำว่า "การใช้เงินยากกว่าการหาเงิน"
บริษัทอะโทมี่บริจาคเงินสะสมไปแล้วกว่า 140,000 ล้านวอน และคืนกำไรราว 20% รวมถึงประมาณ 2% ของยอดขายกลับสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง
ผ่านโครงการต่างๆ เช่น รถพยาบาลเคลื่อนที่แก่โรงพยาบาลในกัมพูชา และการสนับสนุนโรงเรียน/สถานพยาบาลในฟิลิปปินส์ อินเดีย และ แทนซาเนีย
วัฒนธรรมองค์กร
อะโทมี่มีรูปแบบบริหารที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น สนับสนุนพนักงานออกกำลังกายในเวลางาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสระว่ายน้ำ
สนามกอล์ฟจำลอง ศูนย์ขี่ม้า ให้พนักงานกำหนดตำแหน่งงานและการเดินทางเองได้ รวมถึงระบบ "บริหารจัดการแบบปลอดหนี้" และ "ชำระหนี้รายวัน"
สะท้อนมุมมองที่มองพนักงานเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงคุณค่า ไม่ใช่แค่แรงงาน
โรงเรียนดรีมมี่
ประธานปาร์คก่อตั้งโรงเรียนที่เน้นการศึกษาบนพื้นฐานพระคัมภีร์ การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการศึกษาเพื่อพันธกิจ
แทนที่จะเน้นสอบเข้า มีวิชาเฉพาะ เช่น กลยุทธ์ชีวิตและการบริหารเวลา รวมถึงกิจกรรมอย่างการเดินขบวน 100 กิโลเมตร

ข้อความส่งท้าย
หนังสือปิดท้ายด้วยคำถามว่า "เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร" และย้ำว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากตัวเลขในบัญชี แต่มาจากความสงบสุขและการรับใช้พระเจ้า
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มใหม่จากประธานบริษัทอะโทมี่
และเร็ว ๆ นี้ในฉบับภาษาไทย...
