ATOMY CHANNEL ประเทศไทย

Home

ข่าวอัพเดท Wellness Industryㅣ ช่องทางการขยายตลาดของธุรกิจอะโทมี่ในไทย

จำนวนผู้เข้าชม 132 วันที่
พิมพ์

📊 ข่าวอัพเดท Wellness Industry
10 ข่าวสำคัญปี 2025–2026
ช่องทางการขยายตลาดของธุรกิจอะโทมี่ในไทย

🎯 ภาพรวมสั้นๆ ก่อนเริ่ม
ตลาด Wellness โลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าจะแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2029 (โต 7.6% ต่อปี)
ส่วนตลาดไทยมีมูลค่าราว 1.2–1.3 ล้านล้านบาท และปี 2026 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น “ปีทองของ Wellness ไทย”
โดยรัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดันให้ไทยติด Top 5 ของโลก ซึ่งเปิดโอกาสใหญ่มากสำหรับธุรกิจขายตรงด้านสุขภาพอย่าง “อะโทมี่”

ข่าวที่ 1  |  ตลาด Wellness โลกแตะ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ มุ่งสู่ 9.8 ล้านล้านในปี 2029
แหล่งข่าว: Global Wellness Institute (GWI)  •  พฤศจิกายน 2025
สรุปข่าว: Global Wellness Institute เปิดรายงานประจำปี 2025 ระบุว่าตลาด Wellness โลกโต 7.9% จากปี 2023 สู่ปี 2024 แตะ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะโตต่อเนื่องที่ 7.6% ต่อปี ไปถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 ทุกๆ 11 ภาคส่วน Wellness โตเกินระดับก่อนโควิดทั้งหมด
สะท้อนว่าผู้บริโภคทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับ “การป้องกันก่อนป่วย” อย่างจริงจัง

โอกาสของอะโทมี่: ตลาดที่โตต่อเนื่องระดับนี้ = พื้นที่กว้างมากสำหรับสินค้าเสริมอาหาร–สุขภาพของอะโทมี่ ใช้ตัวเลขนี้เป็น “ภาพใหญ่” ในคอนเทนต์เปิด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่ในเทรนด์โลกจริงๆ

ข่าวที่ 2  |  ปี 2026 จะเป็น “ปีทองของ Wellness ไทย” มูลค่าตลาดทะลุ 1.3 ล้านล้านบาท
แหล่งข่าว: Nation Thailand / Asia News Network  •  กุมภาพันธ์ 2026

สรุปข่าว: ดร.ตนุพล วิรุฬหการุญ CEO ของ BDMS Wellness Clinic ระบุว่าเศรษฐกิจ Wellness ของไทยมีมูลค่าราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.2–1.3 ล้านล้านบาท และปี 2026 จะเป็น “ปีที่รุ่งเรืองที่สุด” เพราะภาคส่วนต่างๆ เตรียมพื้นฐานมา 3–4 ปีแล้ว ไทยตั้งเป้าเป็น 1 ใน 5 ฮับ Wellness ของโลก แข่งขันกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย

โอกาสของอะโทมี่: นี่คือสัญญาณ “เขียวสด” สำหรับอะโทมี่ในไทย ตลาดกำลังขยายและรัฐสนับสนุนเต็มที่ เหมาะที่จะทำคอนเทนต์เน้นจังหวะเวลา (Right time, right business) เชิญชวนคนเข้าร่วมเป็นนักธุรกิจอะโทมี่ก่อนที่ตลาดจะอิ่มตัว

ข่าวที่ 3  |  ตลาดอาหารเสริมไทยพุ่งแรง คาดโต 11.5% ต่อปี แตะ 7.11 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034
แหล่งข่าว: The Report Cubes / Grand View Research  •  ไตรมาส 1/2026

สรุปข่าว: ตลาดอาหารเสริม (Dietary Supplements) ของไทยมีมูลค่า 2.67 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และคาดว่าจะโตเฉลี่ย 11.5% ต่อปี แตะ 7.11 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยกรุงเทพฯ ครองส่วนแบ่งสูงสุด 38% ส่วน Amway, Herbalife, Blackmores และ Mega Lifesciences ต่างขยายช่องทาง e-commerce และเปิดตัวสินค้าใหม่ตลอดปี 2025

โอกาสของอะโทมี่: อะโทมี่ขายอาหารเสริมเป็นหลัก = ตรงจุดเลย คอนเทนต์ควรชูข้อความ “ตลาดโต 2 หลักต่อเนื่อง” + แนะนำว่ากลุ่มสินค้า Hemohim, HemoHim, วิตามินรวม คือคำตอบของเทรนด์ Preventive Healthcare

ข่าวที่ 4  |  Mental Wellness โต 10.1% ต่อปี — ตลาดที่ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญสูงสุด
แหล่งข่าว: Global Wellness Institute / Nation Thailand  •  พฤศจิกายน 2025

สรุปข่าว: Mental Wellness เป็นหนึ่งใน 4 ภาคส่วนที่โตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรม Wellness โลก คาดเติบโต 10.1% ต่อปีถึงปี 2029 ในไทยมีคนเป็นปัญหาสุขภาพจิตถึง 2.9 ล้านคนในปี 2023 และข้อมูลจาก wearables ปี 2025 แสดงว่ากิจกรรมสมาธิ (meditation) เพิ่มขึ้น 148% เพื่อปรับค่า HRV (Heart Rate Variability)

โอกาสของอะโทมี่: เปิดประตูคอนเทนต์ใหม่ — ไม่จำกัดแค่ “สุขภาพกาย” อะโทมี่สามารถสื่อสารแบรนด์ผ่าน “Wellness รอบด้าน” เช่น เนื้อหาเรื่องการนอน, การจัดการความเครียด ผูกกับสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น สินค้าช่วยการนอน หรือคอลลาเจน ที่ช่วยทั้งร่างกายและความมั่นใจ

ข่าวที่ 5  |  Wellness Tourism ไทยทะลุ 670,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการกว่า 92,000 ราย
แหล่งข่าว: Nation Thailand / กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  •  ตุลาคม 2025

สรุปข่าว: ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับ Wellness Tourism ในไทยมี 92,813 ราย สร้างรายได้ราว 670,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้ให้บริการตรง (โรงพยาบาล คลินิก สปา) 28,203 ราย มูลค่า 220,000 ล้านบาท และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 64,610 ราย มูลค่า 450,000 ล้านบาท

โอกาสของอะโทมี่: ตัวเลขนี้บอกว่าโครงสร้างพื้นฐาน Wellness ในไทย “พร้อมแล้ว” อะโทมี่สามารถจับคู่สินค้ากับเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น ทำคอนเทนต์ “ของฝากเพื่อสุขภาพจากไทย” หรือเน้นกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่กำลังจะเพิ่มขึ้น

ข่าวที่ 6  |  ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต — ดันมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
แหล่งข่าว: Nation Thailand  •  ธันวาคม 2025

สรุปข่าว: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประกาศว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต คาดว่าจะมีผู้นำ Wellness โลกกว่า 500–600 คนจาก 50 ประเทศมาร่วม สร้างรายได้ระยะสั้น 324 ล้านบาท และผลกระทบเชิงเศรษฐกิจรวมกว่า 10,000 ล้านบาท

โอกาสของอะโทมี่: อีเวนต์ระดับโลกจัดในไทย = สื่อทุกช่องจะพูดถึง Wellness นี่คือ “จังหวะคลื่น” ที่อะโทมี่ควรเตรียมคอนเทนต์ให้พร้อม โดยเฉพาะคอนเทนต์เชิงภาพ/วิดีโอที่ตอกย้ำว่า “ไทยคือฮับ Wellness” และอะโทมี่อยู่ในเทรนด์นี้

ข่าวที่ 7  |  งบ 2026 รัฐบาลไทยทุ่ม 509 ล้านบาท ปั้นศูนย์การแพทย์ชายแดน หวังเป็น Medical & Wellness Hub
แหล่งข่าว: IMARC Group / สำนักงบประมาณ  •  มิถุนายน 2025

สรุปข่าว: สำนักงบประมาณกันงบกว่า 509 ล้านบาท ในร่างงบประมาณปี 2026 เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนให้เป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ลดการเดินทางเข้าเมืองใหญ่ และวางตำแหน่งไทยเป็นฮับสุขภาพระดับโลก ส่วนตลาด Health & Wellness ของไทยมีมูลค่า 15.22 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดแตะ 21.12 พันล้านดอลลาร์ในปี 2033

โอกาสของอะโทมี่: นโยบายภาครัฐแบบนี้ = สภาพแวดล้อมเอื้อต่อธุรกิจสุขภาพทุกประเภท อะโทมี่สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบในงานนำเสนอผู้สนใจร่วมธุรกิจ ว่าธุรกิจอยู่ในทิศทางที่รัฐหนุน

ข่าวที่ 8  |  Suntory Wellness ทุ่มซื้อ NBD Healthcare ขยายตลาดอาหารเสริมในไทย/อาเซียน
แหล่งข่าว: DataM Intelligence / openPR  •  ปี 2025–ต้นปี 2026

สรุปข่าว: Suntory Wellness จากญี่ปุ่นเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ NBD Healthcare ผู้ผลิตวิตามิน/อาหารเสริมรายใหญ่ของไทย ขณะเดียวกัน PwC Thailand ก็เป็นที่ปรึกษาให้บริษัท Health & Wellness รายใหญ่อีกรายขายให้กลุ่ม Private Equity ระดับภูมิภาค สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติมองตลาด Wellness ไทยเป็น “ขุมทรัพย์ใหม่”

โอกาสของอะโทมี่: การที่ทุนใหญ่ระดับโลกเข้ามาแย่งกัน = ตลาดมีแนวโน้มแข่งขันสูงขึ้น แต่ก็แปลว่ามูลค่าเค้กกำลังขยาย อะโทมี่มีจุดแข็ง “ขายตรงผ่านเครือข่าย” ที่คู่แข่งทุนใหญ่ทำได้ยาก ควรย้ำจุดต่างนี้ในคอนเทนต์

ข่าวที่ 9  |  Personal Care & Beauty + Anti-Aging ครองส่วนแบ่งใหญ่สุดในตลาดสุขภาพ (21%)
แหล่งข่าว: Cervicorn Consulting / Towards Healthcare  •  ปี 2025

สรุปข่าว: ในตลาดสุขภาพ–ความงามทั่วโลก กลุ่ม Personal Care, Beauty และ Anti-Aging ครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 21.28% ในปี 2025 สอดคล้องกับเทรนด์ “Health is the New Luxury” ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อให้ดูดี รู้สึกดี และอายุยืนขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสมุนไพร

โอกาสของอะโทมี่: อะโทมี่มีกลุ่มสกินแคร์ (The Fame, Absolute Cellactive) ที่จับตลาดนี้พอดี เน้นคอนเทนต์ก่อนวัย/ป้องกันริ้วรอย/ผิวสุขภาพดี เพราะกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ผู้บริโภค “จ่ายแล้วรีพีต” ได้เร็วที่สุด สไตล์ visual ที่ Simple yet Striking เหมาะกับการสื่อสารหมวดนี้มากๆ

ข่าวที่ 10  |  Personalized Medicine & Wearables โต 9.3% ต่อปี — ผู้บริโภคต้องการแพ็กเกจ “เฉพาะตัวฉัน”
แหล่งข่าว: Global Wellness Institute / Appinventiv  •  ปลายปี 2025–ต้นปี 2026

สรุปข่าว: ตลาด Personalized Medicine มูลค่า 1.47 แสนล้านดอลลาร์ คาดโต 9.3% ต่อปีถึงปี 2029 ขณะเดียวกัน Digital Wellness/Wearables ก็เติบโตเฉลี่ย 14.8% ต่อปี ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่ “วิตามินเหมือนๆ กันทุกคน” แต่ต้องการคำแนะนำเฉพาะตัวจาก DNA, Epigenetics, ไลฟ์สไตล์

โอกาสของอะโทมี่: เป็นโอกาสให้อะโทมี่ปรับวิธีนำเสนอ — แทนที่จะขายแบบ “สินค้านี้ดี” ให้เปลี่ยนเป็น “สินค้านี้เหมาะกับคุณเพราะ…” ใช้คอนเทนต์แบบ Persona-based เช่น “ชุดสำหรับคนทำงานออฟฟิศ” “ชุดสำหรับคุณแม่หลังคลอด” จะเข้าเทรนด์ Personalization และเพิ่ม conversion ได้ดีกว่า


สรุป 3 จุดสำคัญที่อะโทมี่ควรใช้ประโยชน์

  • จังหวะตลาด: ปี 2026 คือปีทองของ Wellness ไทย รัฐหนุน + ตลาดโต 2 หลัก = ช่วงเวลาเหมาะที่จะรุกเปิดสมาชิกใหม่

  • เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง: จาก “ขายสินค้า” เป็น “แก้ปัญหาเฉพาะคน” โดยใช้เทรนด์ Personalization, Mental Wellness, Anti-Aging ออกแบบคอนเทนต์

  • ใช้จุดแข็งขายตรง: ทุนใหญ่กำลังเข้าตลาด แต่อะโทมี่มีเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่คู่แข่งสร้างยาก ใช้คอนเทนต์ที่เน้น “ความเป็นมนุษย์” + ภาพ Simple yet Striking เป็นจุดต่าง


     

인터넷 익스플로러 사용자는 [도구]-[호환성보기] 를 클릭하여 호환성보기를 해제하여 주시기 바랍니다.

    เข้าสู่ระบบ

    GLOBAL GSMC